คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057/2529

 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
 เผยแพร่เมื่อ: 1 ม.ค. 2513 07:00:00

คำพิพากษาย่อสั้น

 
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 ชักปืนออกจากหน้าท้องส่งให้จำเลยที่ 1 จึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 3 มีไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตซึ่งอาวุธปืนของกลางและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าจำเลยที่ 3 ถือปืนไว้ชั่วคราวมิได้มีเจตนายึดถือเพื่อตน จึงไม่ถือว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯนั้นข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 3 ยกขึ้นมาเป็นข้อฎีกาเพื่อปรับบทความผิดนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา เป็นฎีกาที่ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่างกับที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดกระทงแรกจำคุก 2 ปี กระทงหลังจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยที่ 3 จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้
จำเลยที่ 3 มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองแล้วพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะนั้น เห็นได้ว่ามีเจตนาที่จะทำให้เกิดผลเป็นความผิดหลายอย่างต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน.
 
 
 
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

ผู้พิพากษา

อุทิศ บุญชู
จุนท์ จันทรวงศ์
ปชา วรธรรมพินิจ

แอปพลิเคชั่นค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for iOS ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for Android