คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2529

 แหล่งที่มา: ADMIN
 เผยแพร่เมื่อ: 1 ม.ค. 2513 07:00:00

คำพิพากษาย่อสั้น

ข้อที่จำเลยให้การว่าโจทก์ได้กระทำการอันไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงจงใจขัดคำสั่งหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของโจทก์นั้นจำเลยมิได้แสดงข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งว่าโจทก์ได้กระทำการอย่างไรหรือขัดคำสั่งหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานในเรื่องใดเป็นคำให้การไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา177ไม่มีประเด็นที่จำเลยนำสืบส่วนคำให้การเรื่องข่มขู่อาฆาตจะทำร้ายหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของโจทก์และข่มขู่จะทำความเสียหายแก่เครื่องจักรของจำเลยมีความหมายอยู่ในตัวโจทก์ย่อมเข้าใจแม้จำเลยจะไม่ได้ให้การว่าการข่มขู่กล่าวด้วยถ้อยคำอย่างไรก็เป็นรายละเอียดซึ่งอาจนำสืบได้คำให้การของจำเลยข้อนี้เป็นประเด็นข้อพิพาทสำหรับคำให้การของจำเลยที่ว่าจำเลยไม่เคยให้โจทก์ทำงานเกินกว่าข้อตกลงหากทำเกินข้อตกลงจำเลยก็ได้จ่ายค่าทำงานดังกล่าวไปแล้วเป็นคำให้การที่ปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยสิ้นเชิงจึงมีประเด็นข้อพิพาทแม้จำเลยจะมิได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งเหตุแห่งการปฏิเสธอันทำให้ไม่มีสิทธิสืบหักล้างแต่โจทก์ก็มีหน้าที่สืบให้สมฟ้องจะอ้างว่าจำเลยยอมรับตามฟ้องโดยโจทก์ไม่ต้องสืบพยานหาได้ไม่. แม้สัญญาจ้างจะกำหนดให้โจทก์ทำงานวันละ12ชั่วโมงก็ตามเป็นเพียงคู่สัญญาตกลงกำหนดจำนวนชั่วโมงในการทำงานสำหรับวันหนึ่งๆไว้เท่านั้นกำหนดเวลาดังกล่าวอาจเป็นกำหนดเวลาทำงานตามปกติของลูกจ้างทั้งหมดก็ได้หรืออาจรวมทั้งกำหนดเวลาที่นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติของลูกจ้างด้วยก็ได้เมื่อสัญญาจ้างข้อหนึ่งกำหนดว่าเวลาทำงานที่เกินวันละ8ชั่วโมงให้ได้รับค่าล่วงเวลาเวลาที่เกินนี้จึงเป็นการทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติค่าล่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติของวันทำงานไม่ต้องนำมารวมกับค่าจ้างพื้นฐานเพื่อคำนวณเงินประเภทต่างๆ โจทก์ข่มขู่จะก่อวินาศกรรมแก่เครื่องจักรกลของจำเลยนั้นไม่ปรากฏระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดเป็นความผิดหรือโทษไว้คงมีเฉพาะกรณีที่โจทก์ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ระบุว่า'ข่มขู่ลูกจ้างอื่น'ซึ่งกำหนดโทษลูกจ้างผู้กระทำผิดไว้หลายระดับเช่นตักเตือนลดเงินเดือนพักงานหรือไล่ออกจากงานมิได้กำหนดโทษขั้นไล่ออกจากงานไว้สถานเดียวแสดงว่าแม้ลูกจ้างกระทำผิดดังกล่าวจำเลยก็มิได้ถือเป็นความผิดกรณีที่ร้ายแรงอย่างเดียวจึงได้กำหนดโทษไว้หลายระดับทั้งการที่โจทก์กล่าวคำข่มขู่ดังกล่าวก็เพียงเพื่อยับยั้งมิให้จำเลยจัดส่งโจทก์ไปทำงานที่อื่นหามีเจตนาที่จะกระทำการตามที่ข่มขู่การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(3)และไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา583จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกกล่าวล่วงหน้า. ตามสัญญาจ้างซึ่งกำหนดเงินเดือนพื้นฐานเป็นรายเดือนให้แก่โจทก์ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า'เดือน'ไว้ว่าให้หมายถึงระยะเวลาซึ่งเริ่มต้นในวันแรกของเดือนใดๆในปฏิทินและสิ้นสุดในวันสุดท้ายของเดือนนั้นๆตามปฏิทินดังนั้นเงินเดือนพื้นฐานซึ่งจำเลยจะจ่ายเป็นรายเดือนเต็มจำนวนให้แก่โจทก์นั้นโจทก์ต้องเป็นลูกจ้างของจำเลยเต็มเดือนกรณีที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยไม่เต็มเดือนเงินเดือนพื้นฐานย่อมลดลงตามส่วนแม้โจทก์จะทำงาน14วันหยุด14วันและในเดือนที่โจทก์ถูกเลิกจ้างโจทก์ทำงานครบ14วันแล้วก็ตามโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างพื้นฐานเต็มเดือนเพราะสัญญาจ้างมิได้กำหนดให้สิทธิแก่โจทก์เช่นนั้น.
 
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183
  • ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 183

ผู้พิพากษา

เพียร สุมิระ
สมบูรณ์ บุญภินนท์
สุพจน์ นาถะพินธุ
 
 

แอปพลิเคชั่นค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for iOS ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for Android