คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2552

 แหล่งที่มา: สำนักวิชาการ
 เผยแพร่เมื่อ: 7 ส.ค. 2555 10:06:35

คำพิพากษาย่อสั้น

เมื่อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตกเป็นภาระจำยอมโดยผลของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 แล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการซื้อมาจากการขายทอดตลาดในคดีที่บริษัท ป. เจ้าของโครงการผู้จัดสรรที่ดินที่ถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายก็ไม่ทำให้ภาระจำยอมในที่ดินพิพาทนั้นสิ้นไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่หรือมีสิทธิห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทได้ แต่อย่างไรก็ตามจำเลยในฐานะเจ้าของสามยทรัพย์ก็ไม่มีสิทธิทำการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1388 เช่นกัน ยกเว้นกันสาดด้านหน้าและด้านหลังตึกแถวที่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ต่อเติมขึ้นในภายหลังและรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาท จำเลยจึงต้องรื้อถอนออกไปกับให้ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาททั้งสองแปลง เพราะเป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ที่ดินพิพาทอันเป็นภารยทรัพย์
เมื่อเจ้าของโครงการผู้จัดสรรที่ดินมีเจตนากันที่ดินพิพาทไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์แก่ผู้ซื้อตึกแถวและประชาชนทั่วไป จำเลยจึงไม่อาจอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินพิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ อันจะทำให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครอง
 
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1388
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

ผู้พิพากษา

ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์
พิทยา บุญชู
พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
 
 

แอปพลิเคชั่นค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for iOS ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for Android