คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9620/2551

 แหล่งที่มา: สำนักวิชาการ
 เผยแพร่เมื่อ: 13 ม.ค. 2554 08:34:42

คำพิพากษาย่อสั้น

 
ความผิดฐานรับของโจรนั้น จะเกิดเป็นความผิดขึ้นในขณะที่จำเลยที่ 2 ได้รับทรัพย์นั้นไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากกระทำผิด ไม่ใช่ว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่แล้ว จำเลยที่ 2 ต้องนำสืบแก้ตัวว่าตนไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิด เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ความว่า ขณะที่จำเลยที่ 1 รับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานรับของโจรนั้น จำเลยที่ 2 กระทำการใดหรือมีพฤติการณ์อย่างใดที่เป็นการรู้เห็นเป็นใจร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 แม้ผู้เสียหายพยานโจทก์เบิกความยืนยันเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยที่ 2 ว่า ภายหลังจากที่รถจักรยานยนต์ถูกคนร้ายลักไป ผู้เสียหายเห็นจำเลยที่ 2 ครอบครองขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางอยู่ ก็ไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองรถจักรยานยนต์ของกลางโดยรู้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์การกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวเท่าที่โจทก์นำสืบมาไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานรับของโจรรถจักรยานยนต์ของกลางร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้
 
 
 
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ผู้พิพากษา

สิทธิชัย พรหมศร
พิทยา บุญชู
พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา

แอปพลิเคชั่นค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for iOS ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for Android