คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3078/2532

 แหล่งที่มา: เนติบัณฑิตยสภา
 เผยแพร่เมื่อ: 1 ม.ค. 2513 07:00:00

คำพิพากษาย่อสั้น

 
สัญญาซึ่งใช้ชื่อว่าสัญญาเช่าซื้อและข้อความตามสัญญายังมีข้อตกลงว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัด ผิดสัญญา ให้ผู้ให้เช่าซื้อริบบรรดาเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ใช้มาแล้ว และผู้ให้เช่าซื้อเข้าครอบครองรถยนต์เป็นของตนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 574 แม้สัญญาดังกล่าวไม่มีข้อความระบุไว้ว่า เมื่อผู้เช่าซื้อชำระเงินครบถ้วนแล้ว ให้กรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินที่เช่าซื้อตกเป็นของผู้เช่าซื้อก็ตาม แต่มาตรา 572 ได้บัญญัติในเรื่องเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อไว้ว่าเป็นสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อผู้เช่าซื้อได้ใช้เงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อและสัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือตกเป็นโมฆะตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อผู้เช่าซื้อได้ใช้เงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อย่อมตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ ทั้งนี้โดยผลของกฎหมายซึ่งบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดแล้ว ดังนี้ แม้สัญญามิได้ระบุข้อความดังกล่าวไว้ก็หาขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าวและหาทำให้ไม่เป็นสัญญาเช่าซื้อไม่ การที่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในค่าเสียหายจากจำเลยในอัตราร้อยละ15 ต่อปีนั้น ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยในค่าเสียหายดังกล่าวนี้เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าวิธีหนึ่ง มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ ถ้ากำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนที่พอสมควรได้
 
 
 
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572

ผู้พิพากษา

เธียร ยูงทอง
ชูเชิด รักตะบุตร์
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ

แอปพลิเคชั่นค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for iOS ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for Android