คำพิพากษาย่อสั้น
โจทก์ทั้งสองกับพวกใช้ทางพิพาทเข้าออกสู่ทางสาธารณะอย่างเป็นการถือวิสาสะเพราะเป็นญาติกันมิใช่ใช้เป็นทางเดินอย่างปรปักษ์เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ทางพิพาทจึงไม่เป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสอง
การที่ทางสัญจรส่วนบุคคลจะแปรสภาพไปเป็นทางสาธารณะตามกฎหมายในกรณีอื่นที่มิใช่เจ้าของแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งอุทิศหรือยกให้เป็นทางสาธารณะจะต้องปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่า เจ้าของทางยินยอมให้ประชาชนอื่นๆ ทั่วไปที่มิได้มีความสัมพันธ์ทางส่วนตัวกับเจ้าของไม่ว่าในทางใดๆ ใช้ทางได้อย่างอิสรเสรีโดยไม่มีการทักท้วงและแสดงออกซึ่งการหวงกันอย่างเป็นเจ้าของ การที่โจทก์ทั้งสองนำสืบว่านอกจากโจทก์ทั้งสองและ ถ. แล้ว ยังมีผู้อยู่อาศัยอีก 6 หลังคาเรือนซึ่งมิใช่ญาติของ พ. ใช้ทางพิพาทโดยไม่ต้องขออนุญาตก่อนและรวมถึง ค. หรือคนอื่นๆ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ พ. ในฐานะเพื่อนบ้านละแวกเดียวกันที่มีความจำเป็นต้องใช้ทางเข้าออกที่สะดวกกว่าสู่ทางสาธารณะ โดยเฉพาะที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของ ค. ก็เป็นที่ดินที่ พ. แบ่งแยกขายให้ โดยไม่ปรากฏว่ามีประชาชนทั่วๆ ไปจากหมู่บ้านตำบลอื่นๆ มาใช้ทางพิพาทด้วย การใช้ทางของบุคคลเหล่านี้จึงเป็นการใช้ในลักษณะเป็นการถือวิสาสะส่วนตัวเช่นเดียวกับโจทก์ทั้งสองและ ถ. ดังนี้ ทางพิพาทในที่ดินของ พ. และตกทอดมาถึงจำเลยจึงยังเป็นทางส่วนบุคคลอยู่ จำเลยในฐานะเจ้าของย่อมมีสิทธิหวงกันด้วยการถมดินและล้อมรั้วลวดหนามได้ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง