คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2530

 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
 เผยแพร่เมื่อ: 1 ม.ค. 2513 00:00:00

คำพิพากษาย่อสั้น

 

โจทก์นำพนักงานเดินหมายไปส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่สำนักงานแห่งใหญ่ที่ปรากฏในหนังสือรับรองการจดทะเบียนของบริษัทจำเลยในขณะนั้น เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 68 เมื่อส่งไม่ได้ในครั้งแรก โจทก์แถลงยืนยันว่า จำเลยคงมีภูมิลำเนาเดิมตามหนังสือรับรองการจดทะเบียน ศาลจึงมีคำสั่งให้ปิดหมายเรียกและสำเนาฟ้อง ที่สำนักงานแห่งใหญ่ เช่นเดียวกับในชั้นนัดสืบพยานโจทก์ ที่พนักงานเดินหมายก็ได้ปิดหมายนัดสืบพยานโจทก์ เมื่อครบกำหนด 15 วัน นับแต่วันปิดหมายทั้งสองครั้งดังกล่าว จึงต้องถือว่า จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง กับหมายนัดสืบพยานโจทก์โดยชอบแล้ว เมื่อจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด และไม่ไปศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ จึงถือว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยจะขอพิจารณาใหม่อ้างว่า ได้ขอจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่เดิมไปอยู่แห่งใหม่แล้วไม่ได้ เพราะการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลย กระทำขึ้นในเวลาหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว. (ที่มา-เนติ)
 
 
 
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 79
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 197
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 202
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 208
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 209

ผู้พิพากษา

สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
อำนวย อินทุภูติ
ดำริ ศุภพิโรจน์

แอปพลิเคชั่นค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for iOS ค้นหาฎีกา (Easy Deka) for Android